"ระบบทุนนิยมทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า"
คำพูดนี้คงไม่ผิด เพราะดูประเทศไหนๆเค้าก็เจริญไปไหนต่อไหนแล้ว(ตกลงมันไปไหนฟระ?) ก็ด้วยดำเนินเศรษฐกิจแบบทุนนิยมนี่แหละ
เพียงแต่...เผอิญว่ามันไม่ใช่ทุกตัวคนที่ได้ประโยชน์จากความเจริญนี้จริงๆ
จะว่าไปคนคิดเค้าก็เข้าใจคิดนะ จะมีซักกี่คนกันที่คิดได้ขนาดนี้ แต่ข้าน้อยว่าตอนที่คิดได้เค้าคงจะอยู่ในโลกจินตนาการของเค้ามากเกินไป จนลืมนึกถึงปัจจัยที่สำคัญที่สามารถกลับจากฝ่ามือเป็นหลังตีนได้
ใจคนไง
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้สึกต้อยต่ำขนาดนี้มาก่อน...
วันหนึ่ง มีอัยการเหี่ยวนางหนึ่งย่างกรายเข้ามาในร้านนวดแผนโบราณเพื่อใช้บริการ แม่ข้าน้อยเป็นหมอนวด และได้นวดอัยการนางนี้
ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่หัวข้อเสื้อแดง-เสื้อเหลืองกำลังร้อนระอุ
แน่นอนบ้านข้าคนจนก็ต้องเชียร์เสื้อแดง ส่วนอัยการหนังเหนียวนางนั้นก็สนับสนุนเสื้อเหลืองเป็นธรรมดา
(คงไม่มีเรื่องอื่นให้คุยกันแล้วจริงๆ
)
นางเริ่มด้วยกล่าวหาว่ากลุ่มคนเสื้อแดงสร้างความวุ่นวายให้ประเทศชาติ ไม่ยอมรับกติกาบ้านเมือง เป็นพวกไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง โง่งมงายอยู่แต่กับทักษิณ ทั้งๆที่ทักษิณมันเลว มันปล้นคนรวยแล้วเอาเงินไปแจกคนจน ทั้งๆที่คนพวกนั้นไม่รู้จักค่าของเงินเลย พวก She น่ะทำงานกันแทบตาย กลับต้องเอาเงินประเคนให้พวกคนจนหมด เมื่อก่อนครอบครัว She มีเงินผ่านมือเดือนละเป็นแสนๆ เดี๋ยวนี้ต้องเอามาเสียภาษีมากมาย แล้วต่อไปลูก She จะเอาอะไรกิ๊น~~~(แสงแหลมสูงปรี๊ดปรอทแตกกระจัดกระจาย)...
...แสดงว่าเมื่อก่อนมันไม่ต้องเสียภาษีว่างั้น...
ยังไม่จบ...พวกคนจนใช้เงินไม่เป็น กองทุนหมู่บ้านได้ไปก็เอาไปถลุงหมด ตัวก็ขี้เกียจไม่รู้จักคิดทำมาหากิน ลูกมีเท่าไหร่ก็เอาไปช่วยไถนาหมด ไม่ยอมให้เรียนหนังสือ แล้วจะมีวันไหนที่เจริญ
...พระเจ้า! เพิ่งรู้ว่าคนรวยมันคิดกันอย่างนี้
นอกจากไม่คิดจะให้แล้วยังคิดแต่จะเอาอีกต่างหาก ระบบทุนนิยมเปิดช่องให้คิดเอาเพียบเลย...
ยิ่งตอนนี้เศรษฐกิจตกต่ำ คนจนอย่างเราอย่าว่าแต่จะหาเก็บเลย แค่มีให้กินให้รอดไปถึงพรุ่งนี้ยังยาก แล้วจะมีทางให้คนจนอย่างเราเลือกซักกี่ทาง
บ้านของข้าน้อยอยู่ใกล้ตลาดพูนทรัพย์ ซึ่งเป็นตลาดขายของแต่งรถที่ใหญ่มาก ผู้คนจาก เหนือ อีสาน ใต้ ออก ตก ก็มาซื้อมาหา มาทำอะไรๆที่นี้กันเยอะ
พอมีรถก็ต้องมีพริตตี้น่ารักๆ แต่นี่มันตลาดเปิดโล่ง ไม่ใช่มอเตอร์โชว์ เพราะงั้นลืมพริตตี้สวยๆใสๆไปได้เลย เพราะถ้ามาที่นี่จะเจอกับ โคโยตี้แทน(เค้าว่าเป็นด้านมืดของพริตตี้นิ ลึกลับดีแฮะ)
โคโยตี้ อาชีพที่แม้แต่ผู้ชายปกติทั่วไปก็ส่ายหน้า มีแต่พวกหื่นกามเท่านั้นแหละที่ชอบ สังคมก็ประนามว่าเป็นอาชีพที่ไร้ศักดิ์ศรี หลายคนมีเบื้องลึก เบื้องหลังแอบแฝง ในขณะที่อีกหลายคนทำเพราะจำใจ แต่ปลาตายตัวเดียวก็เหม็นไปทั่ว ใครมันจะไปนั่งเจียระไนว่าคนนี้ดี คนนั้นชั่ว
ขอทาน ประเภทที่มีแขนขาครบ ร่างกายดูแข็งแรงดี ก็มีเยอะ บางคนมาเป็นครอบครัว กระเตงลูกน้อยมาตากแดดตากฝน บางคนไม่ทำอะไรเลยนั่งขออย่างเดียว แต่ก็มีบางคนที่ร้องเพลงให้ฟังบ้าง เปิดเพลงให้ฟัง เป็นเพลงมั่ง ไม่เป็นเพลงมั่ง(แต่อันหลังนี่เค้าเรียกวณิพกป่ะ ไม่แน่ใจ) ที่สะเทือนใจที่สุดคงเป็นเอาคนปัญญาอ่อนแถมร่างกายพิการมานั่งขอทาน เห็นแล้ว โอ้โห โลกนี้ช่างโหดร้าย
หญิงขายบริการ เป็นอาชีพที่คนทั้งหลายตั้งแง่รังเกียจ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทย(จะภูมิดีมั้ย ยกย่องเค้าซะหน่อยที่ทำชื่อเสีย(ง)ให้ประเทศชาติ หึหึ)
จากที่ยกมา มีอยู่คำพูดหนึ่งที่ไม่เห็นในหน้าบล็อกนี้คือ
"อย่าบอกว่าไม่ทางเลือก เพาระคนเรามีทางเลือกเสมอ"
นอกจากศักดิ์ศรีของความเป็นคนแล้ว ชีวิตคนเรามีปัจจัยอีกหลายอย่างค่ะ สำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสกับชีวิตในโลกมืด คำพูดข้างบน คุณสามารถถพูดได้อย่างเต็มปาก ก็ไม่ต่างกับคนที่คิดระบบทุนนิยม ที่วันๆเอาแต่อยู่ในโลกของความฝันและชีวิตที่มีพร้อมทุกอย่างราวกับสวรรค์
แต่สำหรับคนที่เขาอยู่ในโลกของความเป็นจริง แม้ทางเดินจะไม่มีแสงสว่างแต่เพื่อไม่จมลงสู่ความมืดมิดเขาก็ต้องเดินต่อไป เผื่อว่าสักวันจะมีแสงที่แม้จะแรงน้อยกว่าแสงหิ่งห้อยปรากฎขึ้นในทางเดินนั้น
ข้าน้อยคงไม่สามารถเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจ หรือวิธีคิด หรือแม้แต่ชีวิตของใครได้ เพียงแต่อย่างน้อยคนไทยด้วยกันก็รักกันไว้ อย่าดูถูกกันเลยนะเพราะข้าน้อยเชื่อว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างต่างก็มีเหตุผลในตัวของมัน คนเราต่างก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง
ศักดิ์ศรีของความเป็นคน ข้าน้อยว่าคงไม่ได้วัดกันที่อาชีพใช่มั้ย เปิดใจให้กว้างไว้ดีกว่านะ แล้วโลกจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย
และก็อยากจะฝากเอาไว้ทิ้งท้ายสวยหรูหน่อย เป็นคำพูดของตัวละครในเรื่องหัวขโมยแห่งบารามอส ไม่แน่ใจว่าเล่มไหน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น ดาบแห่งกษัตริย์ เป็นคำพูดของตัวที่ไม่ใช่ตัวเอก (มันว่ามันเป็นขอทานอ่ะ) บอกว่า
"ลดความเห็นแก่ตัวของตัวเองลง
ให้คนอื่นได้เห็นแก่ตัวมากขึ้น
ความเห็นแก่ตัวในโลกนี้ก็ไม่ลดลงไปซักเท่าไรหรอก"
ให้เครดิตคนแต่งเลย แหล่มมากๆ และนี่ก็เป็นคติประจำใจข้าน้อยแต่นั้นมา
edit @ 19 Feb 2009 12:31:59 by shortskirt